ยา หรือ ยาพิษ
ยา คือ สิ่งที่เรา กิน ทา ฉีดเข้าร่างกาย เพื่อรักษาโรคหรือบาดแผล
ยาเป็นปัจจัย 4 ที่จะช่วยรักษาสุขภาพ และ ดูแลชีวิตที่แสนยุ่งเหยิงของคนในปัจจุบัน
ตอนนี้ คุณกินยาอะไรอยู่?
กินทุกวัน เช่น พวกวิตามินรวม แร่ธาตุ ใช่หรือเปล่า?
ยากำจัดไขมันในช่องท้อง เป็นสารสกัดจากโสมแดง?
ยาถ่ายพยาธิแค่ปีละครั้ง?
ประเภทและสรรพคุณของยานั้นหลากหลายตามความจำเป็นของแต่ละคน
แล้วยาทั้งหลายที่ผ่านมา คุณรู้จักมันดีแล้วหรือยัง?
แม้จะได้ชื่อว่ายาเหมือนกัน แต่ อายุของยานั้น แตกต่างกันไปตามวิธีการทำ
และความจริงอีกอย่างหนึ่งของยา
เวลากินยาเม็ด คุณต้องหักแล้วค่อยกินหรือเปล่า? ถ้าเป็นแคปซูลก็ละลายน้ำกินหรือเปล่า?
ยาที่ดีต่อร่างกาย อาจกลายเป็นยาพิษได้ เพราะ วิธีการกินแบบผิดๆ
ที่ผ่านมา คุณกินยา หรือ กินยาพิษกันแน่!!!
เรามาเรียนรู้เพื่ออยู่รอด มาเรียนรู้เกี่ยวกับยา
ยาแก้ปวด เป็นยาที่คนเรากินมากที่สุด
ยากแก้ปวด 2 แบบ ดูผิวเผินก็เหมือนกัน เรามาดูกันว่าแตกต่างกันอย่างไร?
ผลิตภัณฑ์ A
มีตัวยาพาราเซตามอล 500mg
มีระบุว่าจะออกฤทธิ์ ภายใน 30-60 นาที
ผลิตภัณฑ์ B
มีตัวยาพาราเซตามอล 650mg
เป็นยาแบบ คอนทีนัสแทบเล็ต
ระบุว่าจะออกฤทธิ์นานมากสุดถึง 8 ชั่วโมง
แล้วยาคอนทินัสแท็บเล็ตคืออะไร?
เรามาทดลองผลิตภัณฑ์กันดูว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร?
ก่อนอื่นเราจะนำยา A ใส่ลงในน้ำ ทันทีที่ยา A ตกลงในน้ำ จะแตกตัวอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียว ยา A ก็ไม่เหลือรูปร่างที่เป็นเม็ดแข็งเลย
เรามาลองทดสอบยา B ที่เป็นแบบคอนทินัสแท็บเล็ตใส่ลงในน้ำดู ยา B จะค่อยๆ ละลายๆ อย่างช้าๆ
การกินยาแบบคอนทินัสแท็บเล็ตบ่อยๆ อาจส่งผลเสียได้ และความจริงอีกอย่างของยา แค่กินยาด้วยวิธีผิดๆ ก็อาจมีอันตรายถึงชีวิตได้
คุณเองเคยเป็นแบบนี้ไหม? กินยาพาราเซตามอลแก้ปวดในกรณีที่เมาค้างหรือเปล่า? ถ้าคุณดูคำเตือนในฉลากยา จะมีคำเตือนว่า ถ้าคนดื่มเหล้ากินยานี้ อาจส่งเผลเสียต่อตับได้
คุณกำลังปวดหัวจากเมาค้าง หรือ ดื่มมากไปหรือเปล่า?
ถ้าเมาค้าง การกินยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของยาพาราเซตามอล อาจเป็นอันตรายได้ การกินยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของแอสไพรินที่ไม่มีผลข้างเคียงแม้แต่หลังดื่มหนักจะดีกว่า
ถ้ากินยาโดยไม่รู้จักมันให้ดี ยา อาจกลายเป็นยาพิษได้ และนี่ก็เป็นวิธีกินยาแบบผิดๆ อีกวิธีหนึ่ง
คุณกินยาทั้งเม็ดไม่ได้ จึงต้องหักยาแบ่งกิน ถ้าเป็นแค็ปซูลก็ละลายน้ำแล้วค่อยกิน
แล้วมันจะมีผลแตกต่างกันอย่างไร? เราจะทดลองโดยใช้ยาช่วยย่อย โดยเปรียบเทียบด้วยยาเต็มเม้ด และ ยาแบ่งครึ่งดู
เงื่อนไขการทดลองเป็นแบบนี้ครับ เราจะสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมือนกระเพาะอาหาร
1. เราจะเทกรด ไฮโดคอริคเจือจางให้ความเป็นกรดอยู่ที่ 2 และปรับอุณหภูมิไว้ที่ 37 องศา เท่ากับอุณหภูมิของคนปกติ
2. ด้านหนึ่งจะใส่ยาช่วยย่อย แบบแบ่งครึ่ง และ อีกด้านหนึ่งจะใส่ยาช่วยย่อยแบบเต็มเม็ดลงไป
เมื่อการเตรียมพร้อมเรียบร้อยการทดลองก็เริ่มต้นขึ้น เพื่อผลการทดลองที่ชัดเจน เราจึงทำการปั๊มไปเรื่อยๆ ซึ่งเหมือนการขยับตัวของกระเพาะอาหาร และเมื่อเวลาผ่านไป 3 ชั่วโมง ยาช่วยย่อยแบบครึ่งเม็ด ละลายไปหมดแล้ว แต่ยาช่วยย่อยแบบเต็มเม็ด ยังคงรูปร่างไว้ได้ เราจะมาดูผลของมันกันเริ่มจากยาแบบเต็มเม็ดก่อน พบว่ามีแต่เคลือบเท่านั้นที่หลุดออกเมื่ออยู่ในกรดกระเพาะอาหาร แต่ยาเม็ดที่แบ่งครึ่งนั้นเหลือแต่เปลือกเคลือบเท่านั้น ส่วนตัวยาหายไปหมด
ถ้าแบ่งยาช่วยย่อยแล้วกิน จะทำให้ยาละลายหายไปหมดก่อนที่จะเดินทางไปถึงลำไส้ การกินยาช่วยย่อยแบบแบ่งครึ่งแล้วค่อยกินจึงไม่ได้ผล
ตอนนี้คุณรู้แล้วใช่ไหมว่า วิธีการกินยาที่ถูกต้องควรจะเป็นอย่างไร?
เหตุการณ์ที่น่ากลัวซึ่งเกิดจากวิธีกินยาแบบผิดๆ ความจริงอีกอย่างของยาจะถูกเปิดเผย
ที่ผ่านมาคุณกินยาหรือเปล่า? หรือว่าคุณกินยาพิษเข้าไป
เหตุการณ์ต่อไปนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปี 2003 ที่ประเทศเกาหลี
คุณแม่ตะโกนเรียกลูกอย่างไรก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา เมื่อคุณแม่ขึ้นไปดูลูกที่ห้องนอน ก็พบว่าลูกเธอเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เรามาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
เธอเป็นหญิงสาววัย 20 ปี แต่เธอมีความลับซ่อนอยู่ คือ เธอเป็นโรคน้ำกัดเท้า ซึ่งอาการไม่ดีขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว นอกจากทายาแล้ว เธอยังกินยาอย่างสม่ำเสมอด้วย และจากนั้นอีกไม่กี่วัน เธอก็ไปพบแพทย์
เธอไปโรงพยาบาล และเล่าอาการว่ามีน้ำมูกไหล และมีอาการไซนัส เธอได้รับยาแก้แพ้เพื่อรักษาโรคเยื่อจมูกอักเสบ และคืนนั้น เธอต้องกินยาก่อนนอน เธอกินยาโรคน้ำกัดเท้า และยาแก้แพ้ พร้อมกัน ผลลัพธ์คือ เธอหัวใจวายเฉียบพลัน
เพราะอะไรไปดูคำตอบจากวีดีโอ
ยาที่ไม่ควรกินด้วยกันมีมากถึง 10,000 ชนิดเลยทีเดียว!
คุณเคยกินยาแบบนี้หรือเปล่าครับ? การกินยาฆ่าเชื้อกับนม แทนที่จะเป็นน้ำ จะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า?
การกินยาด้วยวิธีที่ถูกต้อง จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของยาให้มากที่สุด และลดผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ยกตัวอย่างเช่น ยาเตเตร้าไซคลิน ซึ่งเป็นยาฆ่าเชื้ออย่างหนึ่ง ถ้ากินกับนม สารที่อยู่ในกระเพาะอาหาร เช่น แม็กนีเซียมและแคลเซียมจะทำปฏิกิริยากับยาเตตร้าไซคลินภายในร่างกาย แล้วกลายสภาพเป็นก้อน ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมยาไปใช้ได้ ยาจึงไม่แสดงผลในการรักษา
ฉะนั้น จึงไม่ควรกินยาเตตร้าไซคลิน กับ นม อย่างเด็ดขาดเลยนะครับ เพราะจะทำให้เกิดอันตรายได้!
ยาฆ่าเชื้อในกลุ่มเตตร้าไซคลิน เมื่อใส่เข้าไปในน้ำ ตัวยาจะละลายอย่างง่ายดาย แต่เมื่อใส่เข้าไปในนม ตัวยาจะกลายเป็นตะกอน เพราะตัวยาจะทำปฏิกิริยากับแคลเซียมในนม จึงเป็นตะกอน
แม้ว่าคุณจะรู้จักยาดีแล้ว แต่การกินยาก็ไม่ใช่สิ่งที่ปลอดภัยเสมอไป
องค์การอนามัยโลกรายงานว่าร้อยละ 15 ของยาที่กระจายอยู่ทั่วโลกนี้เป็นยาปลอม
เมื่อปี 1995 ชาวไนเจอร์ในทวีปแอฟริกากว่า 50,000 คนได้รับวัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ แต่ผู้ที่ได้รับวัคซีน 2,500 คนกลับเสียชีวิตเพราะได้รับวัคซีนปลอม
ที่โรงพยาบาลปานามาซิตี้ในเดือนกันยายน ปี 2007 คนไข้หลายคนมีอาการแปลกๆ ถูกส่งตัวมาหลายวันแล้ว ร่างกายบางส่วนของคนไข้เป็นอัมพาตและหายใจลำบาก ยิ่งนานวันเข้า ผู้เสียชีวิตก็ยิ่งมีจำนวนมากขึ้น เหตุผลที่เสียชีวิตคือ ยาแก้หวัด ที่กระทรวงสาธารณสุขประเทศปานามา แจกจ่ายยาแก้หวัดให้กับประชาชน ในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน
เหตุผลที่แท้จริงคือ ตัวยาไดเอทิลีนไกลคอล ที่อยู่ในยาแก้หวัดนั้น แล้ว ไดเอทิลีน ไกลคอล เป็นยาอะไรกัน?
ไดเอทิลีน ไกลคอล เป็นของเหลวใสๆ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น มีความหนืดเมื่ออยู่ในอุณหภูมิห้อง ส่วนใหญ่จะใช้เป็นน้ำมันเบรค, สารต้านการเยือกแข็งในรถยนต์ สารทำให้นุ่ม, สารเสริมสภาพพลาสติก สารหล่อลื่นหรือสารที่ใช้ในการทำเรซิ่น ซึ่งเป็นสารพิษรุนแรง เมื่อคนกินเข้าไปจะส่งผลเสียต่อการทำงานของปอด ตับ และไต จนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยนะครับ
นี่เป็นเหตุการที่เกิดจากยาแก้หวัดปลอมจนส่งผลในคนกว่า 174 คนอาการหนัก และคนอีก 115 คนเสียชีวิต
ข้อมูลที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ สารพิษนี้ สารไดเอทิลีน ไกลคอลนี้ถูกสร้างขึ้นในประเทศจีน เป็นวัตถุดิบทางอุตสาหกรรมในประเทศจีน
เชิญเข้าไปชมคลิปวีดีโอเพิ่มเติม คุณจะได้รับทั้งความรู้ และความสนุกสนานไปพร้อมๆ กัน